untitled

posted on 09 Jul 2010 03:08 by sodazaar

เต๋า

posted on 03 Jul 2010 03:53 by sodazaar

 

 

 

เต๋า

 

 

การพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ทำให้ชีวิตมีความเรียบง่าย สิ่งที่เป็นของธรรมดานั้นมีอยู่ทั่วไปในจักรวาล สิ่งที่เป็นไปตามธรรมชาติใกล้เคียงกับแหล่งที่มาของสรรพสิ่งทั้งปวง

 

คนที่ฉลาดจะใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและมีสมาธิ แต่ผู้คนจำนวนมากก็วุ่นอยู่กับการหาทรัพย์สมบัติให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้

 

การดำเนินชีวิตตามเส้นทางแห่งความสงบเงียบ นำไปสู่การดำรงอยู่ที่มีการรู้ตัวยิ่งขึ้น เส้นทางที่มีแต่ความวุ่นวาย ก่อให้เกิดวัตถุนิยมที่เกินความจำเป็นขึ้นมา

 

การรู้ตัวมากยิ่งขึ้น นำไปสู่ความเป็นธรรมชาติ และนำไปสู่สำนึกแห่งเอกภาพของสรรพสิ่ง แต่การบริโภคมากเกินไป จะเป็นไปได้ก็ด้วยการเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น

 

คนฉลาดแทบจะมองเห็นสิ่งต่างๆ ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น ต้นไม้ที่แข็งและยืนต้นนั้น เริ่มต้นด้วยการเป็นพันธ์ไม้ที่อ่อนไหวง่าย โครงการก่อสร้างที่ใหญ่โตเริ่มต้นด้วยการใช้จอบหรือเสียมขุดดินเพียงครั้งเดียว การเดินทางเป็นพันลี้ เริ่มต้นด้วยการก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว

 

ถ้าท่านสอนหมู่คณะด้วยการอธิบายที่ซับซ้อน ท่านก็จะทำให้ผู้คนสับสน ผู้คนจะพากันจดจำคำสอนของท่าน และมีความเห็นในจิตใจไปต่างๆ นานา แต่ถ้าท่านกลับมาสู่การรับรู้สิ่งที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่านก็จะทำให้ผู้คนเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งและรู้ซึ้ง

 

เหตุใดมหาสมุทรจึงเป็นน้ำที่กว้างใหญ่ไพศาลที่สุด ก็ด้วยเหตุที่มันอยู่ต่ำกว่าแม่น้ำลำธารทุกสาย และเปิดกว้างสำหรับแม่น้ำลำธารเหล่านั้น

 

ถ้าท่านอยากเป็นอิสระ ก็จงมีชีวิตอย่างเรียบง่าย จงใช้สิ่งที่ท่านมีอยู่และพอใจกับที่ซึ่งท่านอยู่ จงเลิกพยายามแก้ปัญหาของท่านด้วยการย้ายที่ การเปลี่ยนพรรคพวกเพื่อนฝูง หรืออาชีพการงาน

 

การพูดความจริง เป็นสิ่งที่เรียบง่าย และตรงไปตรงมา ย่อมดีกว่าการพูดสิ่งที่ฟังรื่นหู

edit @ 3 Jul 2010 03:59:03 by sodazaar

นิกายเซน

posted on 03 Jul 2010 03:40 by sodazaar

เซน

 

 

เซนคือวิธีแห่งการรู้แจ้งอันสมบูรณ์ ใครก็ตามที่ได้ปฏิบัติเซน ย่อมสามารถเข้าถึง การรู้อย่างฉับพลัน และใช้ชีวิตใหม่ในสถานะแห่งพุทธะ

 

เซนอยู่ในชีวิตประจำวันนั่นเอง เป็นชีวิตตามธรรมดาๆ แต่ก็ไม่ใช่ธรรมดาตามธรรมดาที่เราเข้าใจกันอยู่โดยปกติทั่วไป

 

ที่จริงเซนนั้นก็เหมือนกับการตื่นนอน ล้างหน้า แปรงฟัน กินอาหาร อาบน้ำ ล้างถ้วย ล้างชาม อันเป็นกิจวัตรสามัญประจำวันของคนเรา ดำเนินไปตามครรลองที่มันควรจะเป็นเท่านั้นเอง

 

วิธีการปลุกเร้ากายใจให้สดชื่นนั้น คือ ถึงเวลาหิวก็กินข้าว ถึงเวลาอ่อนเพลียก็นอน ซึ่งเป็นท่วงทำนองของธรรมชาติ ที่ตัวตนจะดำรงอยู่ ณ ที่นี้อย่างแท้จริงอยู่เสมอ

 

จงใช้ชีวิตอยู่กับเหตุ ทิ้งผลไว้ให้แก่กฎอันยิ่งใหญ่ของจักรวาล

 

จุดมุ่งหมายของเซน คือการทำให้เราตระหนักว่าไม่มีตัวตน

 

ใช้ชีวิตอยู่ในโลก แต่อย่าให้ฝุ่นของโลกเกาะติดได้ เหมือนดอกบัวเกิดในโคลนตม แต่ไม่ติดโคลนตมฉันนั้น

 

ชีวิตนี้แสนสั้น เราย่อมไม่อาจที่จะใช้ชีวิตที่มีเวลาอยู่นี้ ไปในการขบคิดใคร่ครวญเรื่องทางอภิปรัชญา อย่างไม่มีวันสิ้นสุด เพราะอภิปรัชญาไม่อาจนำไปสู่สัจจะอันยิ่งใหญ่ได้เลย

 

ชีวิตของเราจะสูญเปล่าไป หากเราหลีกหนีการใช้ชีวิตตามความจริง เมื่อไปอยู่ในโลกแห่งความคิดอันล้ำลึกแล้ว เราก็จะเป็นเพียงวิญญาณพเนจร หากยังวุ่นวายอยู่ด้วยความคิดว่ามีหรือไม่มี ชีวิตก็จะสูญเปล่าไปเสีย

 

ให้ดูทุกข์ และความไม่มีทุกข์ ที่มีอยู่ในใจ จึงจะเข้าถึงธรรมที่ปราศจากทุกข์ได้

 

ปาฏิหาริย์ที่แท้ อยู่ในชีวิตประจำวันธรรมดาๆ นี่เอง ให้กิจวัตรประจำวันดำเนินไปตามครรลองของมันอย่างเป็นธรรมชาติ ชีวิตคุณมีอยู่เพียงขณะเดียว อดีตก็ละไปแล้ว อนาคตก็ยังมาไม่ถึง ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด คนเราสามารถมีชีวิตอยู่ได้ ก็แต่ในขณะปัจจุบันเท่านั้น

 

เดี๋ยวนี้ คือสิ่งที่เรา เป็น มันไม่สามารถจะเป็น เป้าหมาย หรือ ภาวะ ที่เราจะต้อง มุ่ง ไปให้ถึง เดี๋ยวนี้ คือการกระทำ หรือ ความเคลื่อนไหว ซึ่งปรากฏอยู่ในขณะนี้ ก่อนที่ ความคิด จะปิดบังมันไว้เสีย

 

ถ้าเราพบความผิดในบุคคลอื่น เราเองก็ตกอยู่ในความผิดนั้นด้วยเหมือนกัน เมื่อผู้อื่นทำผิด เราไม่จำเป็นต้องเอาใจใส่ เพราะมันจะเกิดความผิดขึ้นแก่เราเอง ในการที่จะไปรื้อหาความผิด

 

ทุกๆ ครั้งที่มีการเตือนตนเองให้ถ่อมตน อัตตาของตนก็จะขยายทั้งแง่ขอบเขตและกำลัง ความถ่อมตนที่แท้จะเกิดขึ้นเมื่อเราไม่ได้นึกถึงความถ่อมตน วิปัสสนานั้นไม่ใช่การให้ความสำคัญแก่ตนเอง หรือการปฏิเสธละทิ้งตนเอง

 

มันจะมีประโยชน์อะไร ที่จะมานั่งอภิปรายกันว่า ต้นหญ้าและต้นไม้ตรัสรู้ได้อย่างไร ปัญหามันอยู่ที่ว่า ตัวท่านเองนั่นแหละ จะสามารถบรรลุถึงการตรัสรู้ได้อย่างไร

 

ยึดมั่นคราใดเป็นทุกข์ครานั้น การปฏิบัติทุกอย่างต้องมาลงที่ความไม่ยึดมั่นถือมั่น สิ่งใดหรือเรื่องใดที่ปฏิบัติแล้ว ยิ่งทำให้เกิดยึดมั่นถือมั่นมากยิ่งขึ้น ถือว่าผิดแล้ว

 

การตรัสรู้ธรรมหรือไม่ หาได้อยู่ที่การปฏิบัติเข้มงวด หรือเคร่งครัดเป็นเวลานานไม่ แต่ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติถูกต้องหรือไม่ต่างหาก

 

ระหว่าง รู้ กับ ทำ นั้นช่างห่างไกลกันเสียเหลือเกิน

คำของปรมาจารย์รุ่นแรกสุดของเซ็น มีอยู่ 4 ประโยค

 

1. พ้นจากการบัญญัติ
2. เข้าถึงไม่ได้ด้วยการเรียนตามตำรา
3. ลัดตรงเข้าสู่ใจ
4. มองดู (รู้) พุทธะก็เกิด

ฮวงโป

 

ไม่มีอะไรจะต้องลุถึง เพียงแต่ลืมตาตื่นเท่านั้นสิ่งๆ นั้นก็จะปรากฏแก่เธอ
(การลืมตาตื่นเพื่อเห็นสิ่งที่เต็มบริบูรณ์อยู่แล้วตรงหน้านั้น ไม่ได้หมายถึงการเริ่มลอกกิเลสเป็นชั้นๆ จนลอกหมดแล้วจึงตื่น แต่จิตนั้นเอง คือผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ทันทีที่มีสติสัมปชัญญะ ไม่หลง ไม่เผลอ จิตปราศจากการครองคลุมของโมหะ เมื่อนั้นคือการตื่น หรือการรู้ ที่เราพูดถึงกันบ่อยๆ นั่นเอง
จิตที่ปราศจากโมหะ มีความรู้ตัว จะเห็นประจักษ์ธรรมต่อหน้าต่อตา เริ่มจากธรรมในฝ่ายที่เกิดดับ หรือสังขตธรรม จนปัญญาแก่รอบ สามารถปล่อยวางธรรมในฝ่ายที่เกิดดับได้ ก็จะเข้าไปรู้จักธรรมในฝ่ายที่ไม่เกิดไม่ดับ
ดังนั้น ทันทีที่รู้ ก็คือทันทีที่ตื่น พ้นจากภาวะหลับฝันทั้งที่ลืมตา และทันทีที่ตื่น จิตก็ถึงความเบิกบาน อันเป็นคุณสมบัติของจิตเอง ไม่ใช่รู้แล้วลอกกิเลสเป็นชั้นๆ ไปจนหมด จึงตื่น
จิตรู้ หรือจิตตื่น มีความเบิกบานในตัวเอง ปลอดภัยอยู่ท่ามกลางความแปรปรวนและไฟกิเลส เหมือนลิ้นงู ในปากงู เหมือนดอกบัว ที่ไม่เปื้อนด้วยโคลนตม)

 

คนพาล ย่อมหลีกเลี่ยงปรากฏการณ์ภายนอก แต่ไม่หลีกเลี่ยงความคิดปรุงแต่ง คนฉลาดย่อมหลีกเลี่ยงความคิดปรุงแต่ง แต่ไม่หลีกเลี่ยงปรากฏการณ์ภายนอก

 

ท่านฮวงโป เดินเข้าไปในหอพระ เห็นรินไซ (หลินจิ) กำลังนั่งสัปหงกอยู่ ท่านฮวงโปเลยเอาไม้เท้าไปกระทุ้งพื้น พอรินไซเห็นก็แกล้งทำเป็นหลับต่อ พระอีกองค์นึงนั่งอยู่ใกล้ๆแต่ไม่สัปหงกกลับโดนท่านฮวงโปดุเอาว่า เอาแต่นั่งฟุ้งซ่านอยู่ได้ แล้วฮวงโปก็หันไปชมรินไซที่กำลังสัปหงกอยู่ว่า ปฏิบัติดี

รินไซ

 

เหมือนคนคิดว่าหัวของตัวเองหาย เมื่อเขาหยุดมองหาหัวของตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย เขาพบว่าไม่มีสิ่งใดต้องค้นหา

 

ก็รินไซนี่แหละครับ ที่ไปหาฮวงโปแล้วโดนกระบองตี เรื่องนี้ที่ผมเคยถามหลวงอา เพราะอ่านแล้วไม่เข้าใจเลย ท่านว่าธรรมะไปถามคนอื่นได้ไง หาได้ที่ตัวเอง

 

ตอนหลังท่านฮวงโปก็มอบให้รินไซสืบทอดคำสอนต่อ ท่านฮวงโปให้คนใช้ไปเอาตราประทับที่ได้จากอาจารย์ไปจ้างมาให้รินไซ (ตราประทับที่แสดงว่าท่านผู้นั้นสมควรได้รับการสืบทอดคำสอนไปยังรุ่นต่อไป สืบทอดกันมาเป็นรุ่นๆ พอฮวงโปสั่งคนใช้ให้ไปเอามา ท่านรินไซก็บอกให้คนใช้เอาไฟมาเผาด้วย

โพธิธรรม

 

อะไรเกิดขึ้นที่จิตก็ให้รู้ไป ไม่ต้องไปแบ่งแยกให้ค่าว่า อันนี้ถูก อันนี้ผิด ถ้าหลุดพ้นจากการให้ค่าพวกนี้ได้ ก็จะเข้าใจจิตได้ครับ

เค็งเซ็น

 

สิ่งที่ตาเธอเห็นอยู่นั่นแหละคือความจริง (ปรมัตถ์) ธรรมทั้งปวงก็คือปรมัตถ์ เธอจะต้องหาอะไรอีกเล่า

จ้าวโจ

 

บางที ก็มีพระมาถามว่า 'ผมถึงจุดที่ไม่ยึดถืออะไรแล้ว ผมจะต้องทำอย่างไรครับ' ท่านก็ตอบว่า 'ก็ทิ้งมันไว้ตรงนั้นสิ'

 

มีพระมาถามว่า 'ถ้าบรรลุถึงนิพพานแล้ว จิตจะเป็นยังไงครับ' ท่านอาจารย์บอกว่า 'ทำให้ถึงตรงนั้นก่อน แล้วฉันจะตามไปบอก'

 

พระองคนึงถามอาจารย์จ้าวโจว่า 'ที่เมืองจีนใครเป็นอาจารย์องค์แรกครับ' ท่านจ้าวโจว่า 'ท่านโพธิธรรม' 'แล้วท่านอาจารย์เป็นอาจารย์อยู่ในลำดับที่เท่าไรครับ' 'ฉันอยู่นอกลำดับ' 'อยู่นอกลำดับแล้วตกลงอยู่ไหนครับ' 'อยู่ในหูเธอ'
เข้าใจว่า พระองค์นั้นโดนดุเรื่องถามอยู่นั่นแหละ ก็พูดให้ฟังอยู่นี่แล้วยังไปสงสัยอะไรมากมาย คืออาจารย์องค์นี้ท่านมักจะใช้คำพูดให้ศิษย์หลุดออกมาจากความสงสัย อ่านดูศิษย์ท่านแต่ละคนช่างซักช่างถามเสียเหลือเกิน

โจซู

 

มีพระรูปหนึ่งไปถามท่านโจชูว่า ตัวเองปฏิบัติแบบนี้แล้วถูกรึเปล่า ท่านโจชูบอกว่าเริ่มปฏิบัติได้ก็ดีแล้วนี่ (ท่านไม่ตอบว่าถูกหรือผิดเลย) คำสอนพระท่านส่วนใหญ่จะเน้นให้ลูกศิษย์ละวางการให้ค่าสิ่งต่างๆ ที่เป็นคู่ๆ ว่า นี่ดี นี่ไม่ดี นี่ก้าวหน้า นี่ถอยหลัง อะไรทำนองนี้

Zen in the Martial Arts

 

สติที่เป็นสติสัมโพชฌงค์ ก็คือสติที่มีเองทุกขณะ โดยไม่ต้องออกแรงตั้งใจให้มีสติ และมีอยู่เองโดยไม่มีความต้องการที่จะให้มีสติ เพราะเห็นว่าสตินั้นมีประโยชน์
- วันทิพย์

 

การบรรลุธรรม หมายความอย่างง่ายๆ ถึงการตระหนักในความกลมกลืนกัน อันไม่อาจแบ่งแยกออกได้ในชีวิตประจำวัน ความรู้อันแท้จริงแล้วต้องผ่านประสบการณ์ตรง เราจะอธิบายรสน้ำตาลได้อย่างไร การบรรยายด้วยวาจาไม่อาจให้ความรู้สึกได้ การจะรู้รส ต้องมีประสบการณ์กับมัน ปรัชญาของศิลปแขนงนี้ ไม่ใช่ว่าจะครุ่นคิดออกมาได้เอง จะต้องมีประสบการณ์ ดังนั้น จึงช่วยไม่ได้ที่ถ้อยคำเป็นเพียงการนำความหมายไปได้บางส่วนเท่านั้น
- Joe Hyams

 

รู้จักคนอื่นเป็นความฉลาด รู้จักตนเองเป็นการตรัสรู้
- เล่าจื๊อ

 

เมื่อคุณแสวงหา คุณไม่อาจพบมัน
- บททายของเซน

 

คุณต้องเรียนรู้วิธีดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่อดีตหรืออนาคต เซนสอนว่า ชีวิตต้องยึดขณะปัจจุบัน โดยการอยู่กับปัจจุบัน คุณต้องสัมพันธ์กับตนเอง และสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ ต้องไม่ทำให้พลังของคุณกระจายไป ต้องพร้อมเสมอในปัจจุบัน ไม่มีความเสียใจต่ออดีต โดยการคิดถึงแต่อนาคต ก็ทำให้ปัจจุบันเบาบางลง เวลาที่จะดำรงอยู่คือ "เดี๋ยวนี้"
- อาจารย์หาน

 

ล่องลอยไปตามกระแส ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จงปล่อยให้จิตใจเป็นอิสระอยู่ ด้วยความเป็นกลาง ด้วยการรับรู้สิ่งที่กระทำอยู่นั้น นี่เป็นสิ่งสูงสุด
- จวงจือ

 

จิตใจไม่ควรอยู่ที่ใดเป็นการเฉพาะ
- ต้ากวน

 

เวลาทำอะไร ทำให้ดี ขอให้ทำให้ไม่มีที่ติ ทำให้สุดความสามารถของคุณ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญที่สุดด้านศิลปการต่อสู้ จะใช้เวลาหลายปีเรียนรู้เทคนิค และการเคลื่อนไหว นับร้อยท่าจนชำนาญ แต่ในยกหนึ่งๆ แชมป์จะใช้เทคนิคสี่หรือห้าอย่างซ้ำแล้วซ้ำอีก เทคนิคเหล่านี้ เป็นเทคนิคที่เขาทำได้ดีเลิศ ไม่มีที่ติ ทั้งเขารู้ว่า เขาพึ่งเทคนิคเหล่านั้นได้

 

หยุดเปรียบเทียบตัวเองตอนสี่สิบห้ากับยี่สิบหรือสามสิบ อดีตเป็นมายา คุณต้องเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน และยอมรับว่า ตัวเองเป็นอะไรตอนนี้ สิ่งที่คุณขาด คือความยืดหยุ่น กับความปราดเปรียว ที่คุณต้องสร้างเสริมขึ้นมาด้วยความรู้ และการฝึกหัดอย่างคงเส้นคงวา
- บรุซ ลี

edit @ 3 Jul 2010 03:43:34 by sodazaar

edit @ 3 Jul 2010 03:44:26 by sodazaar

ความรัก...ความผูกพัน

posted on 03 Jul 2010 03:11 by sodazaar
ความรัก-ความผูกพัน
พระพุทธองค์ตรัสว่า
"ไม่ควรปล่อยตนให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจแห่งความรัก
เพราะการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักเป็นเรื่องทรมาน
และเรื่องที่จะบังคับมิให้พลัดพรากก็เป็นสิ่งสุดวิสัย
ทุกคนจะต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง"
...

 

คลิกอ่าน ...
รัก-แท้
 
เหตุแห่งความรัก
     

ความรัก ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
 
ของวิเศษ
     


ควรอยู่เป็นโสด หรือ มีครอบครัว

 


จะดูแลความรักได้อย่างไร

     

ความสุขที่ถูกมองข้าม
 


ความผูกพัน

     

ระเบิดปรมาณูในดวงใจ
 
ถอดหน้ากากหัวใจ
     

ทุกข์เรื่องความรักแสนสาหัส
 
เราเป็นเกย์ ควรทำตัวอย่างไร
     

อยากลืม
 
สงสัยเรื่องภพชาติ
     

ความรัก คือ ทุกข์ จริงหรือ?
 
น้องหมาที่เรารักตายไปแล้วไปไหน?
การมีคนรัก
ไม่ได้หมายความว่าคุณรู้จักรัก

ความรู้สึกแสนดี
การมีเรื่องประทับใจ
ได้ช่วยกันสานสายใยผูกพัน
เป็นเพียงเปลือกนอกของความรัก

เนื้อแท้ของความรัก
คือการมีกันและกันในยามยาก

แก่นสารของความรัก
คือการรู้ทางที่จะร่วมกอดคอ
เดินหน้าไปสู่ความดับทุกข์
ไม่เหลือแม้้น้ำตาอาลัยกันในยามตาย

...
จากหนังสือ..ดังตฤณวิสัชนา ฉบับ รู้จักรัก

 

ค้นหา     การเรียงลำดับ  เรียงชื่อเรื่องขึ้น เรียงชื่อเรื่องลง เรียงฮิตมาก เรียงฮิตน้อย จัดเรียง    แสดง #  5 10 15 20 25 30 50
ชื่อเรื่อง อ่าน
ปฏิบัติธรรมแล้วยังมีความรักได้ไหม? 3595
วิธีเลิกคิดถึงแฟนเก่าให้เด็ดขาด (ดังตฤณ) 25140
กำลังใจสำหรับคนเพึ่งถูกทอดทิ้ง (ดังตฤณ) 8341
วาทะความรัก (ดังตฤณ) 9434
ค ว า ม ผู ก พ ัน 30846
เหตุแห่งความรัก 13326
ความรัก ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย 10779
ระเบิดปรมาณูในดวงใจ 5951
ถอดหน้ากากหัวใจ 4876
รัก-แท้ 21347
คนที่ทำร้ายคุณ ก็มั่นใจว่าเขาทำถูก 3013
ของวิเศษ 5955
จะดูแลความรักได้อย่างไร 16664
ทุกข์ใจมาก..เพราะคนที่เรารักมาก 4281
ควรอยู่เป็นโสด หรือ มีครอบครัว 48146
 
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 หน้าถัดไป> สุดท้าย >>
ผลลัพธ์ 1 - 15 จาก 15
 

edit @ 3 Jul 2010 03:12:35 by sodazaar

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก